เปรียบเทียบตัวเลือก

ทำไมต้อง Nava
(และเมื่อไหร่ที่ยังไม่ต้อง)

แม่ค้าไทยส่วนใหญ่ใช้วิธี 1 ใน 4 นี้จัดการร้าน · หน้านี้เปรียบเทียบตรงๆ ว่าแต่ละวิธีเหมาะกับใคร มีจุดอ่อนอะไร และ Nava เหมาะกับกลุ่มไหน

4 วิธีที่แม่ค้าไทยใช้จัดการร้านออนไลน์

ไม่ต้องจ่ายค่าเครื่องมือ

1. จัดการเองในไลน์ + Excel

ข้อดี

  • ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
  • เริ่มได้ทันที ไม่ต้องเรียนรู้เครื่องมือใหม่
  • คุมทุกอย่างเอง

ข้อเสีย

  • ต้องเปิดแอปแบงก์เช็คสลิปเองทุกออเดอร์
  • ออเดอร์เกิน 20-30 ต่อวันจัดการไม่ทัน
  • ลูกค้าซื้อซ้ำต้องพิมพ์ที่อยู่ใหม่ทุกครั้ง
  • เจอสลิปปลอม แยกยากด้วยตาเปล่า

เหมาะกับ: แม่ค้าที่ขาย 1-10 ออเดอร์/วัน และมีเวลาเช็คทีละรายการ

฿10,000-25,000/เดือน

2. จ้างคนช่วย (VA)

ข้อดี

  • แบ่งเบางานตอบลูกค้าและแพ็คของ
  • มีคนช่วยตัดสินใจในเรื่องเล็กๆ
  • เหมาะเมื่อร้านโตพอที่รายได้จะครอบคลุมค่าจ้าง

ข้อเสีย

  • ค่าใช้จ่ายรายเดือนสูง (฿10k+)
  • ต้องสอนงานและควบคุมคุณภาพ
  • พนักงานอาจเข้าถึงบัญชีธนาคาร — เสี่ยงตอนลาออก
  • งานยังต้องใช้แรงเช็คสลิป — แค่คนละคน

เหมาะกับ: ร้านที่มียอดขายมั่นคงเดือนละ ฿150k+ และเจ้าของอยากลดชั่วโมงทำงาน

หัก 3-15% ของยอดขาย

3. ไป marketplace ที่ถือเงิน

ข้อดี

  • มีลูกค้ามาให้แบบ built-in
  • การชำระเงินและการส่งของครบวงจร
  • ไม่ต้องทำ SEO / โฆษณาเอง (ตอนแรก)

ข้อเสีย

  • หักเปอร์เซ็นต์ยอดขายทุกครั้ง — กินกำไรระยะยาว
  • ลูกค้าเป็นของแพลตฟอร์ม ไม่ใช่ของท่าน
  • เงินไปเข้าบัญชีของแพลตฟอร์มก่อน แล้วรอจ่ายทีหลัง
  • ถ้าถูกระงับบัญชี ธุรกิจหยุดทันที
  • แข่งกับร้านอื่นในราคาที่แพลตฟอร์มบังคับ

เหมาะกับ: ร้านที่พึ่งเริ่มและต้องการลูกค้าจากแพลตฟอร์ม (ใช้เป็นช่องทางเสริม)

฿499/เดือน · ไม่หักยอด

4. ใช้ระบบหลังร้าน (Nava)

ข้อดี

  • เงินเข้าบัญชีท่านโดยตรง ไม่ผ่านใคร
  • ตรวจสลิปกับข้อมูลธนาคารจริงอัตโนมัติ
  • ประวัติลูกค้าเป็นของท่าน ส่งออกได้ตลอด
  • รวมออเดอร์ทุกช่องทางในกล่องเดียว
  • พนักงานช่วยได้แต่แก้พร้อมเพย์ไม่ได้
  • ไม่มีคอมมิชชัน — โตขึ้นเท่าไหร่ก็จ่ายเท่าเดิม

ข้อเสีย

  • มีค่าเครื่องมือ ฿499/เดือน (ไม่ฟรีเหมือนวิธี 1)
  • ต้องมีพร้อมเพย์ผูกกับบัญชีธนาคาร
  • ยังไม่รองรับการเชื่อมกับ Shopee/Lazada

เหมาะกับ: ร้านที่ขายทางแชท (LINE, FB, IG) 15+ ออเดอร์/วัน และต้องการเลิกเช็คสลิปด้วยมือ

Nava ไม่เหมาะกับใคร (เราตรงๆ)

ขายบน Shopee/Lazada เป็นหลัก

ถ้ายอดขาย 80%+ มาจาก marketplace ระบบของ marketplace ตอบโจทย์อยู่แล้ว · ใช้ Nava จัดการฝั่งแชทที่มีน้อยไม่คุ้มค่าเครื่องมือ

ขาย 1-5 ออเดอร์/สัปดาห์

ถ้ายังทำร้านเป็นงานอดิเรก · จัดการในไลน์เอง+จดสมุด ประหยัดกว่า · กลับมาที่ Nava เมื่อร้านเริ่มโต

ต้องการคนตอบแชทให้ 24 ชม.

Nava ไม่ตอบแชทให้ · Nava จัดการหลังบ้าน — ออเดอร์ QR สลิป ลูกค้า · การตอบลูกค้ายังต้องเป็นคน (ท่านหรือพนักงาน)

ต้องการระบบบัญชี+ภาษีครบวงจร

Nava บันทึกออเดอร์และยอด · ไม่ใช่ระบบบัญชี · หากต้องการทำ ภ.ง.ด. งบดุล ยื่นภาษี ควรใช้ Nava คู่กับซอฟต์แวร์บัญชีแยก

สรุปการเลือก

ถ้ายังขายน้อย ให้ทำด้วยมือก่อน · ถ้าขายทางแชทเยอะและเจ็บใจกับสลิปปลอม ให้ทดลอง Nava · ถ้าอยากให้แพลตฟอร์มถือลูกค้าและกิน % ยอด ให้ไป marketplace · ถ้าอยากจ่ายค่าจ้างทุกเดือน ให้จ้างคน

ไม่มีตัวเลือกไหนดีที่สุด · มีแค่ตัวเลือกที่เหมาะกับสถานการณ์ของร้านตอนนี้

พร้อมลองแล้วหรือยังคะ

ทดลอง 14 วัน · ไม่ต้องผูกบัตร · ยกเลิกได้ทุกเมื่อ

ทำไมต้อง Nava · ระบบหลังร้านสำหรับแม่ค้าออนไลน์ไทย